MyHappyMom Shop
Feeds
RSS
Atom

Archive for the 'IT Tips' Category

Oil Price Today!

ช่วงนี้ราคาน้ำมันขึ้นแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวจริงๆ ค่ะ สำหรับคุณๆ ที่อยากรู้ราคาน้ำมันวันนี้ สามารถนำโค้ดนี้ไปใช้ในหน้าเว็บของตัวเองได้นะคะ คัดลอกและก็เอาไปวางในตำแหน่งที่ต้องการได้เลยค่ะ…^^

แวะไปเอาโค้ดจากเว็บนี้นะคะ http://www.help.tht.in/code5.html แม่ค้าก็ไปเอาของเค้ามาเหมือนกันค่ะ อิอิ

ตัวอย่างก็จะได้ดังภาพที่เห็นนี่ล่ะค่ะ

แม่ค้าขอซูฮกคุณๆ ที่สามารถทำตามที่แม่ค้าบอกเล่าตั้งแต่ตอนที่ 1-4 ได้สำเร็จโดยไม่มีข้อผิดพลาดเลย มาถึงตอนนี้ เป็นขั้นตอนสำคัญแล้วค่ะ เพราะเสร็จจากตอนนี้ไป คุณก็จะได้หน้าร้านดิบๆ ไว้ใช้งานแล้ว

5.5 การติดตั้งโปรแกรมร้านค้า OSCommerce

ก่อนอื่นเปิดเบราเซอร์ของคุณก่อนค่ะ จะเป็น IE หรือ FireFox ก็ได้ค่ะ แต่แม่ค้าใช้ IE ฮุฮุ

ในช่องป้อน URL ให้ใส่ http://ชื่อเว็บไซต์ของคุณ/catalog/install/ ต้องใส่ให้เหมือนเด๊ะเลยนะคะ ไม่งั้นหน้าจอในรูปที่ 5.1 จะไม่แสดงขึ้นมา

ตัวอย่างเช่น ของแม่ค้าจะเป็น http://myhappymom.com/catalog/install/


รูปที่ 5.1

ก่อนที่คุณจะดำเนินการใดๆ ต่อไป ขอบอกก่อนนะคะว่า นาทีต่อจากนี้ไป คุณกำลังจะได้ร้านค้าออนไลน์มาใช้งานแล้วหลังจากที่คลิกปุ่ม Install ว่าแล้วจะรอช้าอยู่ใยคะ คลิกเลยค่า

เมื่อคลิกแล้ว หน้าจอในรูปที่ 5.2 ก็จะแสดงขึ้นมาค่ะ


รูปที่ 5.2

ให้ติ๊กทั้งสองช่องเลยนะคะ ทั้ง นำเข้าฐานข้อมูลสินค้า และ ตั้งค่าอัตโนมัติ จากนั้นคลิกปุ่ม ดำเนินการต่อ หน้าจอในรูปที่ 5.3 ก็จะปรากฏขึ้น


รูปที่ 5.3

ในหน้านี้คุณจะต้องใส่ข้อมูลให้ตรงกับที่เคยใส่ไว้ตอนสร้างฐานข้อมูล (ตอนที่ 4) ต้องตรงกันนะคะ ถ้าใส่ค่าไม่ถูกต้อง ก็จะไม่สามารถติดตั้งโปรแกรมได้สำเร็จ เอาล่ะคะ เริ่มได้เลย

เซอร์ฟเวอร์ฐานข้อมูล: ให้ใส่ว่า localhost นะคะ
ชื่อผู้ใช้: ให้ใส่ชื่อที่เราระบุไว้ตอนสร้างผู้ใช้ในฐานข้อมูลนะคะ อย่างตัวอย่างในตอนที่ 4 แม่ค้าใช้ว่า admin ก็ต้องใส่ชื่อนี้ลงไปค่ะ
รหัสผ่าน: เหมือนกับชื่อผู้ใช้ค่ะ ใส่รหัสผ่านให้ตรงกับที่เราให้ไว้ในตอนที่ 4
ชื่อฐานข้อมูล: ให้ใส่ชื่อฐานข้อมูลที่เราสร้างไปตะกี้ค่ะ นั่นคือชื่อ oscommerce (ที่แม่ค้าแนะนำให้ตั้งชื่อนี้อ่ะ จำได้ป่ะ
Persistent Connections: ช่องนี้ให้ว่างไว้ค่ะ
การเก็บเซสชั่น: ให้เลือก ฐานข้อมูล นะคะ

เมื่อใส่ข้อมูลครบถ้วนแล้ว ตรวจสอบให้แน่ใจอีกครั้งค่ะว่าถูกต้องไหม โดยเฉพาะตรงชื่อฐานข้อมูล ต้องให้ตรงกับที่เราสร้างไว้น้า เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้คลิกปุ่ม ดำเนินการต่อ ค่ะ หน้าจอในรูปที่ 5.4 ก็จะปรากฏขึ้น


รูปที่ 5.4

ในหน้าจอนี้ แสดงว่าการเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลผ่านฉลุย แต่ถ้าหน้าจอบอกว่า เชื่อมต่อไม่ได้ แสดงว่าคุณอาจใส่ข้อมูลในหน้าจอของรูป 5.3 ผิดค่ะ ต้องกลับไปดูอีกรอบนะคะว่าตรงหรือเปล่า ถ้าไม่แน่ใจ ไปดูโน้ตที่จดไว้นะคะ (แม่ค้าบอกให้จดโน้ตไว้แล้วใช่ป่ะ อย่าบอกนะว่าไม่ได้จด)

หลังจากเรียบร้อยแล้ว (หวังว่านะคะ อิอิ) ก็ให้คลิกปุ่ม ดำเนินการต่อ หน้าจอในรูปที่ 5.5 ก็จะปรากฏขึ้นค่ะ


รูปที่ 5.5

เป็นการยืนยันค่ะว่า การนำเข้าฐานข้อมูลของเราสำเร็จแล้ว เย้ๆๆๆ ทีนี้ก็คลิกปุ่ม ดำเนินการต่อ อีกค่ะ หน้าจอในรูปที่ 5.6 ก็จะแสดงขึ้นมา


รูปที่ 5.6

ข้อมูลในหน้านี้ ระบบะจะสร้างขึ้นให้โดยอัตโนมัติค่ะ เราก็แค่ตรวจสอบว่าโอป่ะ แต่ก็ต้องโออยู่แล้วล่ะ จากนั้นคลิกต่อเลยค่ะปุ่มเดิม ดำเนินการต่อ หน้าจอในรูปที่ 5.7 ก็จะแสดงขึ้นมา


รูปที่ 5.7

เหมือนกับรูป 5.6 ค่ะ เป็นการยืนยันการตั้งค่าฐานข้อมูลของเรา ผ่านไปได้ คลิกปุ่ม ดำเนินการต่อ ได้เลยจ้า จากนั้นหน้าจอในรูปที่ 5.8 จะปรากฏขึ้นค่ะ


รูปที่ 5.8

เมื่อหน้าจอนี้ปรากฏขึ้น แสดงว่าร้านค้าออนไลน์ร้อนๆ รออยู่ตรงหน้าคุณแล้วค่ะ ทีนี้ก็เลือกคลิกเลยค่ะว่าจะเอาปุ่มไหน ถ้าเป็นปุ่ม รายการสินค้า จะเป็นการส่งตรงไปยังหน้าร้านค้าของคุณค่ะ แต่ถ้าเป็นปุ่ม เครื่องมือผู้ดูแลระบบ จะเป็นการเข้าไปจัดการหลังร้าน

ตอนนี้เชื่อว่าหลายคนอยากเห็นหน้าร้านแล้วใช่ป่ะ งั้นก็คลิกปุ่ม รายการสินค้า ได้เลยค่า เมื่อคลิกแล้ว หน้าจอในรูปที่ 5.9 ก็จะปรากฎขึ้น


รูปที่ 5.9: หน้าร้านดิบๆ (ยังไม่ได้ปรับแต่ง) จ้า

อย่างงนะคะว่าทำไมมีสินค้าอะไรอยู่มากมาย อันที่เห็นนี้เป็นตัวอย่างค่ะ เราสามารถเอาออกได้ทุกเมื่อ แต่ตอนนี้ก่อนจะเอาอะไรออก ให้ดูที่ด้านบนของหน้าเว็บนะคะ จะมีข้อความเตือนในแถบสีแดงๆ ส้มๆ อ่ะค่ะ

อยากรู้มะว่าคืออะไร แม่ค้ายังไม่บอกค่ะ ไว้ไปเฉลยในตอนที่ 6 แล้วกันเนอะ ตอนนี้ยาวเหลือเกินแล้ว

ยังงัยก็ดีใจกับคุณๆ ด้วยค่ะกับร้านค้าออนไลน์ที่เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาแล้ว…มีปัญหาอะไรเขียนใน Comment ได้เลยนะคะ แม่ค้าจะตอบให้ทุกคำถามค่ะ หรือถ้าไม่สะดวกก็อีเมลมาถามได้ที่ mommy@myhappymom.com ค่ะ ^^

ขออำภัยที่ตอน 4 มาช้าอย่างมากมายนะคะ เพราะว่ามัวแต่ไปทบทวนการลงโปรแกรม และแคปหน้าจอมาประกอบเรื่องราว เพื่อไม่ให้เสียเวลาเรามาว่ากันต่อเลยดีกว่าค่ะ

5.4 การสร้างฐานข้อมูล

เอาล่ะค่ะ เมื่อเปลี่ยนจัดการตั้งค่าไฟล์ configure.php เรียบร้อยแล้ว ทีนี้คุณต้องไปเปิดอีเมลที่ทางผู้ให้บริการเว็บโฮสติ้งของคุณส่งมาให้ค่ะ อีเมลที่บอกรายละเอียดเกี่ยวกับการบริหารจัดการโฮสติ้งหรือเซิร์ฟเวอร์อ่ะค่ะ ในนั้นก็จะมี URL สำหรับให้เราเข้าไปจัดการกับโฮสติ้งที่เราเช่าได้ และจะมีชื่อผู้ใช้ และรหัสผ่านให้ด้วย

ตัวอย่างเช่นของแม่ค้า จะเป็น
Control Panel URL : https://xxx.xxx.xx.xx.xxx:xxxx
Control Panel USERNAME : xxxxxxxxxx
Control Panel PASSWORD : xxxxxxxx

ถ้าหาเจอแล้วก็ให้ก๊อปตรง URL ไปใส่ในเบราเซอร์ของเรานะคะ เมื่อหน้าเว็บนั้นเปิดขึ้นแล้ว ก็ให้ใส่ USERNAME (ชื่อผู้ใช้ ) กับ PASSWORD (รหัสผ่าน) เมื่อเข้าไปแล้วก็อาจงงๆ นิดหน่อยว่าฉันเข้ามาทำอะไรที่นี่ แม่ค้าไม่แน่ใจว่าหน้าจอจะเหมือนกันหรือเปล่า เลยไม่ได้ก๊อปปี้หน้าจอมาให้ดู เอาเป็นว่าเหมือนไม่เหมือนกันยังงัย ก็ไม่ต้องสนใจค่ะ

ขั้นต่อไปให้มองหาคำว่า ฐานข้อมูล (database) แล้วก็คลิกที่คำๆ นั้นเลยค่ะ เพราะขั้นตอนก่อนการติดตั้งนั้น เราจะต้องไปสร้างฐานข้อมูลไว้ก่อน

เมื่อคลิกแล้วหน้าจอก็จะเรียกโปรแกรม phpyMyAdmin ขึ้นมา เวอร์ชันอาจแตกต่างกันออกไปนะคะ แต่ที่แม่ค้าใช้ทดสอบการติตดั้งตอนนี้เป็นเวอร์ชันเก่าหน่อยคือ 2.5.4 หน้าจอก็จะเป็นแบบรูปที่ 4.1 ค่ะ


รูปที่ 4.1

จากนั้นให้คลิกที่ สิทธิ์ เพื่อเข้าไปสร้างผู้ใช้สำหรับฐานข้อมูลก่อน เมื่อคลิกแล้ว หน้าจอในรูปที่ 4.2 ก็จะปรากฏขึ้นค่ะ


รูปที่ 4.2

จากนั้นคลิก เพิ่มผู้ใช้ใหม่ หน้าจอในรูปที่ 4.3 จะปรากฏขึ้น ให้ป้อนชื่อผู้ใช้ โฮสต์ รหัสผ่าน และติ๊กทุกช่องข้อมูลที่ว่างอยู่ดังรูปที่ 4.3 นะคะ


รูปที่ 4.3

ขั้นตอนนี้สำคัญนะคะ เราต้องจดจำข้อมูลที่เราป้อนไปให้ได้ ถ้าจำไม่ได้ จดใส่สมุดโน้ตไว้เลยค่ะ เพราะต้องเอาไปใช้ในตอนที่ติดตั้งโปรแกรมด้วย ในตัวอย่างแม่ค้าใช้ชื่อผู้ใช้ว่า admin ส่วนโฮสต์ให้ใส่ว่า localhost นะคะ และรหัสผ่านแล้วแต่คุณค่ะ อย่าลืมใส่รหัสผ่านซ้ำอีกทีในช่องถัดมาด้วย เมื่อเสร็จแล้วให้คลิกปุ่ม ลงมือ หน้าจอในรูปที่ 4.4 จะปรากฏขึ้นค่ะ เป็นหน้าจอยืนยันว่าเราได้สร้างผู้ใช้ใหม่เสร็จเรียบร้อยแล้ว


รูปที่ 4.4

หลังจากนั้น ให้กลับไปยังหน้าแรกของ phpMyAdmin นะคะ เพื่อกลับไปสร้างฐานข้อมูลค่ะ


รูปที่ 4.5

อย่างในรูปที่ 4.5 ให้ใส่ชื่อฐานข้อมูลในช่อง สร้างฐานข้อมูลใหม่ แนะนำให้ใช้ชื่อว่า oscommerce นะคะจะได้จำง่ายหน่อย เสร็จแล้วก็คลิกปุ่ม สร้าง จากนั้นหน้าจอยืนยันว่าสร้างฐานข้อมูลเสร็จแล้วจะปรากฏขึ้นค่ะ (รูปที่ 4.6)


รูปที่ 4.6

ให้สังเกตว่าจะมีชื่อฐานข้อมูลที่เราสร้างไว้ตะกี้ (ชื่อว่า oscommerce) ไปปรากฏตรงช่องด้านขวาแล้วนะคะ ทีนี้ก็ได้เวลาใส่ข้อมูลสำหรับการสร้างโปรแกรมร้านค้าลงในฐานข้อมูลเปล่าของเราแล้วค่ะ

อย่าเพิ่งปิดหน้าจอนี้นะคะ ให้คลิกแท็บ SQL หน้าจอในรูปที่ 4.7 จะปรากฏขึ้น


รูปที่ 4.7

จากนั้นคลิกปุ่ม Browse… เพื่อเรียกไฟล์ข้อมูลขึ้นมา หน้าจอในรูปที่ 4.8 จะปรากฏขึ้นค่ะ


รูปที่ 4.8

ให้ไปยังโฟลเดอร์ที่เก็บไฟล์ oscommerce ที่เราระเบิดออกมาค่ะ (ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรานะคะ ไม่ใช่โฮสต์) และเข้าไปยัง catalog > install เลือกไฟล์ oscommerce.sql คลิกปุ่ม Open จะกลับมายังหน้าจอเดิมค่ะ ดังแสดงในรูปที่ 4.9


รูปที่ 4.9

จากนั้นให้คลิกปุ่ม ลงมือ จะสังเกตเห็นว่าฐานข้อมูล oscommerce ที่ว่างเปล่าตะกี้จะมีข้อมูลตารางต่างๆ ขึ้นมาเต็มไปหมดทางด้านซ้ายค่ะ


รูปที่ 4.10

เป็นอันว่าการสร้างฐานข้อมูลเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทีนี้ก็ได้เวลาติดตั้งโปรแกรมแล้วค่ะ ต่อตอนที่ 5 แล้วกันน้า เดี๋ยวจะมึนกันซะก่อน.. อิอิ

เมื่อดาวน์โหลดโปรแกรม OSCommerce มาไว้ในคอมพิวเตอร์เรียบร้อยแล้ว ก่อนดำเนินการติดตั้งโปรแกรม คุณจะต้องมีโปรแกรมระเบิดไฟล์ก่อนนะคะ อาจเป็นพวก WinZIP หรือ WinRAR ก็ได้ค่ะ เพราะโปรแกรมที่ดาวน์โหลดไปนั้น ถูกบีบอัดมาค่ะเพื่อให้ไฟล์มีขนาดเล็กลงจะได้ดาวน์โหลดได้โดยง่าย ดังนั้นจึงใช้งานยังไม่ได้ จนกว่าจะคลายไอ้ที่บีบอัดออกมาก่อน

4. โปรแกรมระบิดไฟล์, โปรแกรมโอนย้ายไฟล์ และโปรแกรมแก้ไขไฟล์ประเภท HTML และ PHP
แต่ถ้าใครยังไม่มีโปรแกรมระเบิดไฟล์อยู่ในเครื่อง ไม่เป็นไรค่ะ แม่ค้าใจดี (สวยด้วย) เอา WinRAR มาให้ดาวน์โหลดกันค่ะ ถ้าสนใจคลิกที่นี่ได้เลยค่า

เมื่อดาวน์โหลด WinRAR ไปแล้ว ก็ติดตั้งเลยนะคะ (อันนี้ไม่สอนน้า น่าจะพอทำกันได้ อิอิ)

นอกจาก WinRAR แล้วแม่ค้าขอแนะนำให้ดาวน์โหลดและติดตั้งอีก 2 โปรแกรมไปพร้อมกันเลยนะคะ จะได้ไม่เสียเวลามานั่งดาวน์โหลดและติดตั้งกันทีหลัง ได้แก่ โปรแกรม WS_FTP Pro กับโปรแกรม EditPlus คลิกที่ชื่อไฟล์เพื่อดาวน์โหลดได้เลยค่ะ

เมื่อดาวน์โหลดมาแล้วทั้งสองไฟล์ ก็ทำการติดตั้งให้เรียบร้อยนะคะ

ถามว่าจำเป็นต้องใช้โปรแกรมทั้งสองนี้ด้วยหรือ คำตอบคือ จำเป็นค่ะ เพราะโปรแกรม WS_FTP Pro นั้นเราจะใช้สำหรับโอนย้ายไฟล์ระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรากับโฮสต์ที่เราใช้จัดเก็บข้อมูลของเว็บไซต์

ส่วนโปรแกรม EditPlus เอาไว้สำหรับแก้ไขไฟล์ HTML กับไฟล์ PHP ค่ะ อย่างที่บอกไว้ในตอนที่ 1 ว่า โปรแกรม OSCommerce (OSC) นั้น เขียนด้วยภาษา PHP ดังนั้นในบางทีเราอาจจำเป็นต้องแก้ไขไฟล์ของ OSC บ้าง ส่วนใหญ่ไม่มีอะไรมากค่ะ แค่เปลี่ยนจากภาษาอังกฤษเป็นไทยแค่นั้น เพราะบางโมดูลที่เราจะเอามาติดตั้งเพิ่มในตัวโปรแกรม OSC นั้น ไม่มีเวอร์ชั่นไทย มีแต่ภาษาปะกิต ดังนั้นเราก็อาจต้องมานั่งแปลเองบ้าง

ทีนี้พอติดตั้งเสร็จหมดทั้งสามโปรแกรมแล้ว ก็เป็นอันว่าได้เวลาติดตั้งพระเอกตัวจริงแล้วล่ะค่ะ

5. การติดตั้งโปรแกรม OSCommerce

5.1 ระเบิดโปรแกรม OSC จะเอาไว้ที่โฟลเดอร์ไหนก็ได้ค่ะ แต่ต้องจำให้ได้น้า

5.2 เปิดโปรแกรม WS_FTP Pro โดยที่ก่อนจะใช้งานได้นั้น คุณจะต้องตั้งค่าโปรแกรมให้รู้จักกับที่ตั้งของเว็บไซต์คุณเสียก่อน ซึ่งข้อมูลการตั้งค่า FTP นั้น ทางผู้ให้บริการโฮสติ้งจะแจ้งให้คุณทราบทางอีเมลหลังจากที่สมัครใช้บริการแล้วค่ะ

เมื่อเปิดโปรแกรม WS_FTP Pro ขึ้นมาครั้งแรก หน้าจอด้านล่างนี้จะปรากฏขึ้นค่ะ

จากนั้นให้คลิกที่เมนู File แล้วเลือกเมนูย่อย New Site… หน้าจอต่อไปนี้จะปรากฏขึ้นค่ะ

ให้ใส่ชื่อโปรไฟล์ไซต์ของคุณในช่อง Site Profile Name: ตัวอย่างเช่น แม่ค้าใช้ว่า MyHappyMom ค่ะ จะได้รู้ว่าเป็นโปรไฟล์ของเว็บไซต์ MyHappyMom ค่ะ ส่วน Host Name or IP Address: ให้ใส่หมายเลข FTP SERVER (หมายเลข IP) ซึ่งเป็นเลขชุด 4 ชุด เช่น 111.111.111.22 เป็นต้น (ตามข้อมูลที่ได้รับมาจากโฮสติ้งของคุณนะคะ) จากนั้นคลิก Next หน้าจอต่อไปนี้จะปรากฏขึ้น

ในช่อง UserID: กับ Password: ก็ใส่ตามข้อมูลที่ได้รับมาจากโฮสติ้งเหมือนกันค่ะะ สำหรับช่อง Save password จะติ๊กหรือไม่ก็ได้นะคะ ถ้าคอมพิวเตอร์ที่คุณใช้นั้น ไม่มีใครมีเอี่ยวด้วย จะติ๊กไว้ก็ดีค่ะ เพราะเวลาใช้งานครั้งหลังจะได้ไม่ต้องมานั่งคีย์รหัสผ่านอีก

เสร็จแล้วให้คลิกปุ่ม Finish ค่ะ ก็จะปรากฏหน้าจอต่อไปนี้ขึ้นมา

เมื่อคลิกปุ่ม Connect แล้ว คุณก็จะเข้าสู่หน้าต่างของการใช้งานโปรแกรม โดยที่ช่องด้านซ้ายจะเป็นคอมพิวเตอร์ของคุณ ส่วนช่องด้านขวาจะเป็นที่เก็บข้อมูลบนโฮสต์หรือที่เรียกว่า เว็บเซิร์ฟเวอร์ ค่ะ

5.3 เข้าไปยังโฟลเดอร์ที่ระเบิดโปรแกรม OSC ไว้ คัดลอกโฟลเดอร์ catalog (ช่องฝั่งซ้าย)ไปไว้ไน root ของเว็บเซิร์ฟเวอร์ (ช่องฝั่งขวา) เมื่อคัดลอกเสร็จเรียบร้อย ให้ทำการแก้ไขไฟล์ configure.php ในโฟลเดอร์ catalog/include และ catalog/admin/include (ฝั่งโฮสต์น้า ช่องด้านขวาจ้า) ด้วยการกำหนดสิทธิ์ให้ไฟล์ทั้งสองเป็นแบบเขียนได้ หรือที่เรียกว่าการทำ CHMOD 777

วิธีทำคือ ให้คลิกขวาที่ไฟล์ configure.php เลือก FTP Commands/CHMOD (unix)

หน้าต่างกำหนดสิทธิ์จะปรากฏขึ้นค่ะ จากนั้นให้เปลี่ยนค่าในช่อง Numeric Value: เป็น 777

ขั้นตอนต่อไปคือการติดตั้งโปรแกรมจริงๆ แล้วค่ะ….โอว้ มากมายหลายขั้นตอนจริงๆ ค่อยๆ ทำตามไปนะคะ ติดขัดอะไร ก็ฝากคำถามไว้ใน Comment หรือจะอีเมลมาถามแม่ค้าได้ค่ะ :)

สำหรับการติดตั้งโปรแกรมแปะไว้ตอนที่ 4 แล้วกันน้า อิอิ ดูท่าจะต้องคุยกันอีกยาวไกลค่ะ

หลังจากที่เลือกโฮสติ้งได้แล้ว ก่อนจะตัดสินใจซื้อบริการ อยากให้คุณๆ ลองถามตัวเองก่อนค่ะว่า เราพร้อมที่จะทำธุรกิจผ่านเว็บจริงๆ หรือยัง เพราะหลังจากที่คุณตกลงเปิดใช้บริการไปแล้ว นั่นคือคุณได้เริ่มวางเดิมพันครั้งสำคัญของชีวิตไปแล้ว (เว่อร์จริงๆ) แม้ว่าเงินที่ลงไปก้อนแรกนั้นจะดูไม่มากนัก (อย่างของแม่ค้าปีละ 1,500 บาทค่ะสำหรับการเช่าโฮสต์) แต่เชื่อหรือไม่คะว่า จาก 1,500 บาที่ลงไป จะนำพาไปสู่เงินหลักหมื่น หลักแสนบาทได้ในไม่ช้า จริงๆ ค่ะ (แม่ค้ากำลังรอหลักแสนอยู่ค่ะตอนนี้ เอิ๊ก)

ถามว่าขายของผ่านเว็บดียังงัย แม่ค้าขอตอบตรงนี้เลยนะคะว่า อันดับแรกเลยเราจะไม่เป็น “ศรีทนได้” ยืนท้าแดดท้าฝนขายของตามตลาดนัดค่ะ

ก่อนหน้าที่แม่ค้าจะมาเปิดเว็บไซต์ขายของนั้น แม่ค้ากับฝ่ายผลิต (คุณแม่ของแม่ค้า) และเหล่าวงศ์วาน ซึ่งประกอบด้วย ลิซ่า (น้องสาวแม่ค้า) และอาร์มี่ (หลานชายวัย 4 ขวบ) ต้องไปตระเวนขายของตามตลาดนัดค่ะ ตลาดนัดที่ประจำของแม่ค้าจะเป็นซูเปอร์สโตร์ขนาดใหญ่ที่อยู่ใกล้บ้าน (สมัยก่อนแม่ค้าอยู่นนทบุรีค่ะ) ค่าเช่าที่แพงหูฉี่วันละ 450 บาท แต่ไม่รู้ว่าตอนนี้ขึ้นหรือยังเพราะผ่านมาจะสองปีแล้วค่ะ

MyHappyMom Family

พากันขนของใส่ท้ายรถไปเปิดร้านตั้งแต่บ่ายสาม แม้ว่าเค้าจะแจกร่มขนาดใหญ่มาให้ แต่ก็ไม่สามารถสู้กับความร้อนแรงของแดดได้ค่ะ ยิ่งถ้าช่วงไหนทีฝนตก ยิ่งไม่ต้องบรรยายความ วางขายได้ไม่เท่าไร ก็ต้องรีบเก็บ เพราะฝนกระหน่ำมาแบบไม่ยั้ง ค่าที่ที่จ่ายไปก็ไม่ได้คืน ต้องรอฝนซาถึงมาวางขายกันใหม่ เหมือนกับว่าเราขายของหาเลี้ยงเจ้าของที่จริงๆ ค่ะ เพราะหักค่าที่ไปแล้ว เหลือติดกระเป๋าไม่เท่าไรเลย

แต่หลังจากที่แม่ค้าตัดสินใจเปิดเว็บไซต์ขึ้นมา ทุกอย่างเริ่มดีขึ้น เพราะเราไม่ต้องไปเป็นศรีทนได้กันอีกแล้วค่ะ ไม่ต้องจ่ายค่าที่แพงๆ ไม่ต้องไปทนแดดทนฝน ไม่ต้องบ้าหอบฟางกันอีกต่อไป และที่สำคัญ ร้านของเราสามารถเปิดให้บริการได้ตลอด 24 ชั่วโมงไม่มีวันหยุด

แต่ใช่ว่าการทำธุรกิจบนเว็บจะเห็นผลในวันสองวันนะคะ ต้องใช้เวลาพอสมควร เพราะลูกค้าไม่ได้สัมผัสกับตัวสินค้าจริงๆ การซื้อขายตั้งอยู่บนความไว้วางใจเป็นสำคัญ ดังนั้น ของที่เราจะนำมาขายบนเว็บ แม่ค้าขอแนะนำว่า ควรเป็นของที่มีคุณภาพที่สุด (คุณภาพในระดับที่ตัวเราเองก็ยอมที่จะเสียเงินซื้อมาใช้)

และกว่าที่เว็บไซต์เราจะติดตลาดได้ ต้องอาศัยเทคนิคและกลยุทธ์ในการทำตลาดพอสมควร ไว้แม่ค้าจะแนะนำเรื่องการตลาดสไตล์ MyHappyMom ให้อีกทีค่ะ

กลับมาเรื่องทำเว็บของเราต่อนะคะ หลังจากที่เช่าโฮสต์เรียบร้อยแล้ว ทีนี้ ก็ได้เวลาติดตั้งโปรแกรม OSCommerce ค่ะ บางคนอาจบอกว่ายังไม่ได้เตรียมรูปภาพสินค้าหรือเนื้อหาอะไรเลย ไม่เป็นไรค่ะ สร้างร้านขึ้นมาก่อน จากนั้น ค่อยๆ ทะยอยใส่ข้อมูลรายละเอียดสินค้า รูปภาพสินค้าทีหลังได้

3. ดาวน์โหลดโปรแกรม OSCommerce

OSCommerce website

ก่อนทำการติดตั้ง ก็ต้องทำการดาวน์โหลดโปรแกรม OSCommerce มาไว้ในคอมพิวเตอร์ของเราก่อนนะคะ สามารถดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์ของ OSCommerce โดยตรง หรือจะคลิกที่นี่ก็ได้ แม่ค้าเอาส่วนที่แม่ค้าเคยลงครั้งแรกมาให้โหลดกันตรงนี้แล้วค่ะ

OSCommerce ที่ให้ดาวน์โหลดนี้เป็นเวอร์ชั่น 2.2 ค่ะ เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดในตอนนี้ แต่คาดว่าอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า OSC เวอร์ชั่น 3.0 ก็น่าจะพร้อมให้ดาวน์โหลดและใช้งานกันแล้ว (สำหรับภาษาอังกฤษ) ตอนนี้อยู่ในขั้นของการทดสอบการใช้งานอยู่ค่ะ แต่สำหรับเราๆ ใช้เวอร์ชัน 2.2 ก็น่าจะโอเคแล้วค่ะ แม่ค้าแอบเข้าไปดูการทำงานของ 3.0 แล้ว มีลูกเล่นเพิ่มเติมหลายอย่าง น่าใช้เหมือนกัน แต่ก็นะ เค้ายังทำไม่เสร็จดี และเวอร์ชั่นไทยก็ต้องมาแปลกันอีกที ตอนนี้ใช้ 2.2 ก่อนแล้วกันน้า ไว้ 3.0 เสร็จเรียบร้อยดีค่อยอัพเกรดกันใหม่

เดี๋ยวครั้งหน้ามาว่ากันต่อเรื่องการติดตั้งโปรแกรม OSCommerce นะคะ วันนี้พอแค่นี้ก่อนน้าต้องไปทำงานแล้วค่า ^^ (โม้มากจริงๆ…เอิ๊ก)

หลายวันมาแล้วค่ะที่แม่ค้าได้รับอีเมลสอบถามเรื่องการทำเว็บไซต์ ว่าแม่ค้าจ้างใครทำ ทำยังงัย ต้องใช้เงินเท่าไร และอื่นๆ อีกมากมาย

MyHappyMom

แม่ค้าได้ตอบผ่านอีเมลไปหมดแล้วค่ะสำหรับทุกคำถามที่แต่ละคนถามมา แต่เชื่อว่าน่าจะมีอีกหลายคนที่อยากรู้ข้อมูลเหล่านี้เหมือนกัน ยิ่งในช่วงเศรษฐกิจแบบนี้ การหารายได้เสริมผ่านเว็บไซต์ก็น่าสนใจไม่น้อย จริงมะคะ

สำหรับเว็บไซต์ www.MyHappyMom.com แม่ค้าไม่ได้จ้างใครทำค่ะ ทำเองกับมือ (ไม่มีเงินไปจ้างเค้าอ่ะค่ะ เลยต้องทำเอง อิอิ) ใช้เวลานานพอสมควรกว่าจะเสร็จพร้อมเปิดกิจการ เพราะต้องเรียนรู้เองทั้งหมด ซึ่งตัวเว็บที่เห็นสวยงามเหลือเกินนี้ แม่ค้าใช้เว็บไซต์อีคอมเมิร์สสำเร็จรูปของ OSCommerce ค่ะ เป็นแบบโอเพ่นซอร์ส คือเค้าพัฒนาขึ้นมาให้ใช้กันได้ฟรี สามารถดาวน์โหลดตัวโปรแกรมมาติดตั้งได้เองเลย มีให้เลือกหลากหลายภาษา แล้วแต่ว่าเราต้องการเว็บไซต์ภาษาอะไร แต่สำหรับบ้านเราก็ต้องภาษาไทยอยู่แล้วเนาะ แต่ใครอยากเปิดตลาดให้กว้างหน่อย ก็สามารถติดตั้งภาษาอังกฤษเพิ่มได้ด้วยค่ะ

เอาล่ะค่ะ ก่อนจะเริ่มทำการดาวน์โหลดหรือติดตั้งอะไร คุณจะต้องมีสิ่งต่อไปนี้ในมือก่อนนะคะ

1. ชื่อโดเมน :
ชื่อโดเมนก็คือชื่อเว็บไซต์ของเราเองค่ะ อย่างของแม่ค้า ก็คือ MyHappyMom.com จริงๆ แล้วชื่อโดเมนไม่จำกัดเฉพาะแค่ .com นะคะ มีทั้ง .net .org หรือจะเป็น .co.th ก็ได้ค่ะ แล้วแต่ว่าเราอยากให้เว็บของเรามีนามสกุลต่อท้ายว่าอะไร สอดคล้องกับธุรกิจที่เราทำแค่ไหน แต่แม่ค้าเลือก .com ค่ะ เพราะดูแล้วคนส่วนใหญ่จะคุ้นเคยกับ .com มากกว่า

บางคนอาจมีชื่อโดเมนในใจแล้ว และเตรียมพร้อมจะจดโดเมนทุกเมื่อ แต่อย่าลืมนะคะว่า บางทีชื่อที่เราคิดไว้แล้ว อาจมีคนชิงจดโดเมนไปก่อน อย่างแม่ค้าเอง ตอนแรกจะใช้ชื่อโดเมนว่า HappyMom.com แต่มีคนจดไปก่อนซะแล้ว ก็เลยต้องมาเป็น www.MyHappyMom.com แทน

ดังนั้นคุณๆ จะต้องตรวจสอบกันให้ดีก่อน มีเว็บไซต์หลายที่ค่ะที่มีบริการตรวจสอบชื่อโดเมน แต่แม่ค้าแนะนำที่นี่ค่ะ เมื่อคลิกแล้ว หน้าจอก็จะปรากฏเหมือนกับรูปด้านล่างนี้

ช่องแรกก็ใส่ชื่อโดเมนที่ต้องการไปได้เลยค่ะ ส่วนช่องที่สองเป็นนามสกุลที่เราจะใช้ เลือกได้ว่าจะเอาดอทคอมหรือดอทอะไรก็ได้ค่ะ แต่ในตัวอย่างแม่ค้าเลือกทุกนามสกุลเลย และผลก็ออกมาเป็นแบบนี้ค่ะ

จะเห็นได้ว่า myhappymom.com ถูกจองไปแล้ว ส่วนนามสกุลอื่นๆ ยังว่างอยู่ ทีนี้ก็ถึงตาคุณแล้วค่ะ ลองใส่ชื่อโดเมนที่อยากได้ลงไป คลิกปุ่ม ตรวจสอบ ถ้าชื่อนั้นมีคนจองแล้ว ก็ลองหาชื่ออื่นไปเรื่อยๆ ค่ะ เมื่อได้แล้ว ก็อย่าเพิ่งรีบไปจดชื่อโดเมนนะคะ เพราะว่าเราสามารถจดโดเมนได้ฟรี และไม่ต้องดำเนินการเองด้วย นั่นคือให้โฮสติ้งที่เราเลือกใช้บริการในการฝากเว็บไซต์ เป็นคนดำเนินการแทนค่ะ

2. เว็บโฮสติ้ง :
เป็นสิ่งที่สองที่คุณจะต้องมีนะคะ เว็บโฮสติ้งเป็นบริการรับฝากเว็บไซต์ของเรา มีให้เลือกทั้งของไทยและเทศแต่คิดว่าน่าจะใช้ของไทยดีกว่า เพราะเวลามีปัญหา จะได้สื่อสารกันได้ง่ายหน่อย ส่วนจะเลือกบริการของเจ้าไหนแม่ค้าไม่ระบุดีกว่าค่ะ ค้นหาในกูเกิลเองล่ะกัน

ตอนนี้ผู้ให้บริการโฮสติ้งแข่งขันกันน่าดู บางเจ้ามีจดชื่อโดเมนให้ฟรีตลอดชีพ บางเจ้ามีทำเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซให้ในราคาถูกด้วย บางทีคุณๆ อาจเจอเจ้าที่ถูกใจ และไม่ต้องมานั่งทำเว็บเองเหมือนแม่ค้าก็ได้ค่ะ

สนนราคาก็มีตั้งแต่ปีละไม่ถึงพัน หรือพันกว่า แล้วแต่เลือกค่ะ อย่างของแม่ค้าเค้าคิดค่าบริการปีละ 1,500 บาทค่ะ ตอนแรกเข้า เค้าจดโดเมนให้ฟรี และก็จะต่ออายุให้ฟรีตลอดทุกปี

สำหรับข้อแนะนำในการเลือกโฮสติ้ง แม่ค้าอยากให้พิจารณาจาก:

1.พื้นที่สำหรับเก็บข้อมูลของเว็บไซต์และอีเมล : คือปริมาณพื้นที่ที่เราจะใช้งานได้ค่ะ สำหรับติดตั้งโปรแกรม สร้างฐานข้อมูล และอัพโหลดข้อมูลต่างๆ ไปไว้ในนั้น อย่างของแม่ค้าค้าขายเล็กๆ น้อยๆ ก็ใช้ความจุแค่ 500-800 MB สำหรับเก็บข้อมูลเว็บ ส่วนอีเมลก็น่าจะแค่ 100-200 MB ก็น่าจะพอแล้วค่ะ (ไว้เพิ่มขยายภายหลังได้ค่ะ เอาถูกตังค์ไว้ก่อน)

2.บัญชีอีเมล (Email Account): คือ เราสามารถสร้างชื่ออีเมลได้มากน้อยแค่ไหน เผื่อว่าอยากแจกชื่ออีเมลให้ลูกค้าได้ใช้งาน ก็ต้องดูค่ะว่า เค้าจำกัดให้เราสร้างชื่ออีเมลได้แค่ไหน (แต่ตัวแม่ค้าไม่ได้แจกใครเลยค่ะ งก อิอิ ใช้แค่ชื่อเดียว คือ mommy@myhappymom.com)

3. อัตราการโอนย้ายข้อมูล (Data Transfer): ส่วนใหญ่จะคิดกันเป็นต่อเดือนค่ะ ก็ลองดูว่าเราจะต้องอัพโหลดและดาวน์โหลดข้อมูลกันมากน้อยแค่ไหน อย่างเว็บไซต์เกี่ยวกับข่าวสารที่ต้องอัพเดทกันทุกวัน ก็ควรจะเลือกอัตราการโอนย้ายมากๆ หน่อย แต่สำหรับแม่ค้า เลือกประมาณ 50 GB/เดือนค่ะ เพราะไม่ได้อัพเดทสินค้าทุกวัน แค่นี้ก็เหลือเฟือแล้วค่ะ

4. จำนวนฐานข้อมูล : จริงๆ เราเป็นธุรกิจเล็กๆ ใช้ฐานข้อมูลเดียวก็พอแล้วค่ะ (ส่วนใหญ่แพ็คเกจโฮสตติ้งราคาถูกจะให้เราใช้ฐานข้อมูลได้แค่ 1 ฐานข้อมูลเท่านั้นค่ะ)ไว้ถ้าจะเพิ่มเติมค่อยไปขยายภายหลัง

5. รองรับ PHP และ MySQL : ที่ต้องดูตรงนี้ เพราะโปรแกรมอีคอมเมิร์ซที่แม่ค้าใช้งานนั้น (OSCommerce) เขียนด้วยภาษา PHP ค่ะ ส่วนระบบจัดการฐานข้อมูลก็เป็นแบบโอเพ่นซอร์สด้วย นั่นคือ MySQL ค่ะ

6. ระบบบความปลอดภัย : ดูว่ามีระบบป้องกันสแปม ป้องกันไวรัสหรือเปล่า โดยทั่วไปจะมีให้อยู่แล้วนะคะ แต่เราตรวจสอบไว้หน่อยก็ไม่เสียหลายนะคะ

7. บริการสนับสนุนด้านเทคนิค : อันนี้สำคัญมากค่ะ เพราะบางครั้งเราอาจต้องยืมมือฝ่ายเทคนิคของโฮสติ้งมาช่วยเราด้วย และเวลามีปัญหาเกี่ยวกับการติดตั้งโปรแกรม พวกเขาจะสามารถช่วยเราได้มากเลยค่ะ

8. ความเสถียรของโฮสติ้ง : เช่น เว็บไซต์เราจะไม่เดี้ยงบ่อยครั้ง ลูกค้าสามารถใช้งานได้ตลอดเวลา หัวข้อนี้ดูยากค่ะ เพราะถ้ายังไม่ได้ใช้บริการก็ตอบไม่ได้ว่า ดีหรือไม่ คงต้องพิจารณาจากฐานลูกค้าของผู้ให้บริการโฮสติ้งรายนั้นๆ ว่ามีมากน้อยเพียงใด และเสียงตอบรับเป็นอย่างไรบ้าง

9. ยังคิดไม่ออกค่ะ ว่ามีอะไรอีกบ้าง น่าจะครอบคลุมแล้วน้า… ไว้คิดออกจะมาเพิ่มอีกทีแล้วกันค่ะ.. อิอิ

เขียนมายาวเหยียดยังเข้าไม่ถึงการทำเว็บเลยเน้อ เอาเป็นว่าวันนี้ขอแปะไว้แค่นี้ก่อนนะคะ แล้วจะค่อยๆ มาทะยอยเขียนต่อเรื่อยๆ ค่ะ

สำหรับคุณๆ ที่เก่งคอมพ์อยู่แล้วอาจรำคาญหน่อยว่าทำไมช้าจัง เอาแบบวิธีติดตั้งโปรแกรมเลยไม่ได้หรือ ใจเย็นหน่อยน้า ที่แม่ค้าต้องเขียนซะละเอียดยิบแบบนี้ ก็เพื่อให้คุณๆ ที่จับต้นชนปลายไม่ถูก จะได้ค่อยๆ เรียนรู้ไปทีละสเต็ป จะได้ไม่เสียเวลานานเหมือนแม่ค้าสมัยก่อนอ่ะค่ะ… ^^

แล้วเจอกันตอน 2 น้า ….

-

Counter
Statistics