หลายวันมาแล้วค่ะที่แม่ค้าได้รับอีเมลสอบถามเรื่องการทำเว็บไซต์ ว่าแม่ค้าจ้างใครทำ ทำยังงัย ต้องใช้เงินเท่าไร และอื่นๆ อีกมากมาย

แม่ค้าได้ตอบผ่านอีเมลไปหมดแล้วค่ะสำหรับทุกคำถามที่แต่ละคนถามมา แต่เชื่อว่าน่าจะมีอีกหลายคนที่อยากรู้ข้อมูลเหล่านี้เหมือนกัน ยิ่งในช่วงเศรษฐกิจแบบนี้ การหารายได้เสริมผ่านเว็บไซต์ก็น่าสนใจไม่น้อย จริงมะคะ
สำหรับเว็บไซต์ www.MyHappyMom.com แม่ค้าไม่ได้จ้างใครทำค่ะ ทำเองกับมือ (ไม่มีเงินไปจ้างเค้าอ่ะค่ะ เลยต้องทำเอง อิอิ) ใช้เวลานานพอสมควรกว่าจะเสร็จพร้อมเปิดกิจการ เพราะต้องเรียนรู้เองทั้งหมด ซึ่งตัวเว็บที่เห็นสวยงามเหลือเกินนี้ แม่ค้าใช้เว็บไซต์อีคอมเมิร์สสำเร็จรูปของ OSCommerce ค่ะ เป็นแบบโอเพ่นซอร์ส คือเค้าพัฒนาขึ้นมาให้ใช้กันได้ฟรี สามารถดาวน์โหลดตัวโปรแกรมมาติดตั้งได้เองเลย มีให้เลือกหลากหลายภาษา แล้วแต่ว่าเราต้องการเว็บไซต์ภาษาอะไร แต่สำหรับบ้านเราก็ต้องภาษาไทยอยู่แล้วเนาะ แต่ใครอยากเปิดตลาดให้กว้างหน่อย ก็สามารถติดตั้งภาษาอังกฤษเพิ่มได้ด้วยค่ะ
เอาล่ะค่ะ ก่อนจะเริ่มทำการดาวน์โหลดหรือติดตั้งอะไร คุณจะต้องมีสิ่งต่อไปนี้ในมือก่อนนะคะ
1. ชื่อโดเมน :
ชื่อโดเมนก็คือชื่อเว็บไซต์ของเราเองค่ะ อย่างของแม่ค้า ก็คือ MyHappyMom.com จริงๆ แล้วชื่อโดเมนไม่จำกัดเฉพาะแค่ .com นะคะ มีทั้ง .net .org หรือจะเป็น .co.th ก็ได้ค่ะ แล้วแต่ว่าเราอยากให้เว็บของเรามีนามสกุลต่อท้ายว่าอะไร สอดคล้องกับธุรกิจที่เราทำแค่ไหน แต่แม่ค้าเลือก .com ค่ะ เพราะดูแล้วคนส่วนใหญ่จะคุ้นเคยกับ .com มากกว่า
บางคนอาจมีชื่อโดเมนในใจแล้ว และเตรียมพร้อมจะจดโดเมนทุกเมื่อ แต่อย่าลืมนะคะว่า บางทีชื่อที่เราคิดไว้แล้ว อาจมีคนชิงจดโดเมนไปก่อน อย่างแม่ค้าเอง ตอนแรกจะใช้ชื่อโดเมนว่า HappyMom.com แต่มีคนจดไปก่อนซะแล้ว ก็เลยต้องมาเป็น www.MyHappyMom.com แทน
ดังนั้นคุณๆ จะต้องตรวจสอบกันให้ดีก่อน มีเว็บไซต์หลายที่ค่ะที่มีบริการตรวจสอบชื่อโดเมน แต่แม่ค้าแนะนำที่นี่ค่ะ เมื่อคลิกแล้ว หน้าจอก็จะปรากฏเหมือนกับรูปด้านล่างนี้

ช่องแรกก็ใส่ชื่อโดเมนที่ต้องการไปได้เลยค่ะ ส่วนช่องที่สองเป็นนามสกุลที่เราจะใช้ เลือกได้ว่าจะเอาดอทคอมหรือดอทอะไรก็ได้ค่ะ แต่ในตัวอย่างแม่ค้าเลือกทุกนามสกุลเลย และผลก็ออกมาเป็นแบบนี้ค่ะ

จะเห็นได้ว่า myhappymom.com ถูกจองไปแล้ว ส่วนนามสกุลอื่นๆ ยังว่างอยู่ ทีนี้ก็ถึงตาคุณแล้วค่ะ ลองใส่ชื่อโดเมนที่อยากได้ลงไป คลิกปุ่ม ตรวจสอบ ถ้าชื่อนั้นมีคนจองแล้ว ก็ลองหาชื่ออื่นไปเรื่อยๆ ค่ะ เมื่อได้แล้ว ก็อย่าเพิ่งรีบไปจดชื่อโดเมนนะคะ เพราะว่าเราสามารถจดโดเมนได้ฟรี และไม่ต้องดำเนินการเองด้วย นั่นคือให้โฮสติ้งที่เราเลือกใช้บริการในการฝากเว็บไซต์ เป็นคนดำเนินการแทนค่ะ
2. เว็บโฮสติ้ง :
เป็นสิ่งที่สองที่คุณจะต้องมีนะคะ เว็บโฮสติ้งเป็นบริการรับฝากเว็บไซต์ของเรา มีให้เลือกทั้งของไทยและเทศแต่คิดว่าน่าจะใช้ของไทยดีกว่า เพราะเวลามีปัญหา จะได้สื่อสารกันได้ง่ายหน่อย ส่วนจะเลือกบริการของเจ้าไหนแม่ค้าไม่ระบุดีกว่าค่ะ ค้นหาในกูเกิลเองล่ะกัน
ตอนนี้ผู้ให้บริการโฮสติ้งแข่งขันกันน่าดู บางเจ้ามีจดชื่อโดเมนให้ฟรีตลอดชีพ บางเจ้ามีทำเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซให้ในราคาถูกด้วย บางทีคุณๆ อาจเจอเจ้าที่ถูกใจ และไม่ต้องมานั่งทำเว็บเองเหมือนแม่ค้าก็ได้ค่ะ
สนนราคาก็มีตั้งแต่ปีละไม่ถึงพัน หรือพันกว่า แล้วแต่เลือกค่ะ อย่างของแม่ค้าเค้าคิดค่าบริการปีละ 1,500 บาทค่ะ ตอนแรกเข้า เค้าจดโดเมนให้ฟรี และก็จะต่ออายุให้ฟรีตลอดทุกปี
สำหรับข้อแนะนำในการเลือกโฮสติ้ง แม่ค้าอยากให้พิจารณาจาก:
1.พื้นที่สำหรับเก็บข้อมูลของเว็บไซต์และอีเมล : คือปริมาณพื้นที่ที่เราจะใช้งานได้ค่ะ สำหรับติดตั้งโปรแกรม สร้างฐานข้อมูล และอัพโหลดข้อมูลต่างๆ ไปไว้ในนั้น อย่างของแม่ค้าค้าขายเล็กๆ น้อยๆ ก็ใช้ความจุแค่ 500-800 MB สำหรับเก็บข้อมูลเว็บ ส่วนอีเมลก็น่าจะแค่ 100-200 MB ก็น่าจะพอแล้วค่ะ (ไว้เพิ่มขยายภายหลังได้ค่ะ เอาถูกตังค์ไว้ก่อน)
2.บัญชีอีเมล (Email Account): คือ เราสามารถสร้างชื่ออีเมลได้มากน้อยแค่ไหน เผื่อว่าอยากแจกชื่ออีเมลให้ลูกค้าได้ใช้งาน ก็ต้องดูค่ะว่า เค้าจำกัดให้เราสร้างชื่ออีเมลได้แค่ไหน (แต่ตัวแม่ค้าไม่ได้แจกใครเลยค่ะ งก อิอิ ใช้แค่ชื่อเดียว คือ mommy@myhappymom.com)
3. อัตราการโอนย้ายข้อมูล (Data Transfer): ส่วนใหญ่จะคิดกันเป็นต่อเดือนค่ะ ก็ลองดูว่าเราจะต้องอัพโหลดและดาวน์โหลดข้อมูลกันมากน้อยแค่ไหน อย่างเว็บไซต์เกี่ยวกับข่าวสารที่ต้องอัพเดทกันทุกวัน ก็ควรจะเลือกอัตราการโอนย้ายมากๆ หน่อย แต่สำหรับแม่ค้า เลือกประมาณ 50 GB/เดือนค่ะ เพราะไม่ได้อัพเดทสินค้าทุกวัน แค่นี้ก็เหลือเฟือแล้วค่ะ
4. จำนวนฐานข้อมูล : จริงๆ เราเป็นธุรกิจเล็กๆ ใช้ฐานข้อมูลเดียวก็พอแล้วค่ะ (ส่วนใหญ่แพ็คเกจโฮสตติ้งราคาถูกจะให้เราใช้ฐานข้อมูลได้แค่ 1 ฐานข้อมูลเท่านั้นค่ะ)ไว้ถ้าจะเพิ่มเติมค่อยไปขยายภายหลัง
5. รองรับ PHP และ MySQL : ที่ต้องดูตรงนี้ เพราะโปรแกรมอีคอมเมิร์ซที่แม่ค้าใช้งานนั้น (OSCommerce) เขียนด้วยภาษา PHP ค่ะ ส่วนระบบจัดการฐานข้อมูลก็เป็นแบบโอเพ่นซอร์สด้วย นั่นคือ MySQL ค่ะ
6. ระบบบความปลอดภัย : ดูว่ามีระบบป้องกันสแปม ป้องกันไวรัสหรือเปล่า โดยทั่วไปจะมีให้อยู่แล้วนะคะ แต่เราตรวจสอบไว้หน่อยก็ไม่เสียหลายนะคะ
7. บริการสนับสนุนด้านเทคนิค : อันนี้สำคัญมากค่ะ เพราะบางครั้งเราอาจต้องยืมมือฝ่ายเทคนิคของโฮสติ้งมาช่วยเราด้วย และเวลามีปัญหาเกี่ยวกับการติดตั้งโปรแกรม พวกเขาจะสามารถช่วยเราได้มากเลยค่ะ
8. ความเสถียรของโฮสติ้ง : เช่น เว็บไซต์เราจะไม่เดี้ยงบ่อยครั้ง ลูกค้าสามารถใช้งานได้ตลอดเวลา หัวข้อนี้ดูยากค่ะ เพราะถ้ายังไม่ได้ใช้บริการก็ตอบไม่ได้ว่า ดีหรือไม่ คงต้องพิจารณาจากฐานลูกค้าของผู้ให้บริการโฮสติ้งรายนั้นๆ ว่ามีมากน้อยเพียงใด และเสียงตอบรับเป็นอย่างไรบ้าง
9. ยังคิดไม่ออกค่ะ ว่ามีอะไรอีกบ้าง น่าจะครอบคลุมแล้วน้า… ไว้คิดออกจะมาเพิ่มอีกทีแล้วกันค่ะ.. อิอิ
เขียนมายาวเหยียดยังเข้าไม่ถึงการทำเว็บเลยเน้อ เอาเป็นว่าวันนี้ขอแปะไว้แค่นี้ก่อนนะคะ แล้วจะค่อยๆ มาทะยอยเขียนต่อเรื่อยๆ ค่ะ
สำหรับคุณๆ ที่เก่งคอมพ์อยู่แล้วอาจรำคาญหน่อยว่าทำไมช้าจัง เอาแบบวิธีติดตั้งโปรแกรมเลยไม่ได้หรือ ใจเย็นหน่อยน้า ที่แม่ค้าต้องเขียนซะละเอียดยิบแบบนี้ ก็เพื่อให้คุณๆ ที่จับต้นชนปลายไม่ถูก จะได้ค่อยๆ เรียนรู้ไปทีละสเต็ป จะได้ไม่เสียเวลานานเหมือนแม่ค้าสมัยก่อนอ่ะค่ะ… ^^
แล้วเจอกันตอน 2 น้า ….